“ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” ให้ความเห็นคดีฮั้ว สว. ชี้ กกต.ควรยึดกฎหมายและมติส่วนใหญ่

“ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” นักกฎหมายมหาชน และประธานกรรมการ บริษัท ออเรเลียน กรุ๊ป จำกัด (AURELIAN GROUP) ให้ความเห็นกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยย้ำว่าการวินิจฉัยควรเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นอิสระ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดเผยรายละเอียดของมติและกระบวนการหลังการพิจารณา
วันที่ 11 กันยายน 2569 สืบเนื่องจากกรณีที่มีรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือที่ถูกเรียกในทางข่าวว่า “คดีฮั้ว สว.” ในวันที่ 14 กันยายน 2569 นั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน และประธานกรรมการ บริษัท ออเรเลียน กรุ๊ป จำกัด (AURELIAN GROUP) ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับหลักกฎหมายและกระบวนการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า การดำเนินการเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งและการเลือกสมาชิกวุฒิสภาควรเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมพิจารณาคดีฮั้ว สว. วันที่ 14 กันยายน 2569 มีการรายงานในสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสาธารณชนและเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
“ณัฐวุฒิ” ย้ำ กกต.ต้องยึดกฎหมายและมติเสียงข้างมาก
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และกระบวนการเกี่ยวกับการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดเอาไว้
ในมุมมองของ ดร.ณัฐวุฒิ กระบวนการดังกล่าวต้องดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเฉพาะในขั้นตอนการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนจัดทำความเห็นและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฐวุฒิ ยังเสนอความเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระ และไม่ควรนำความเห็นหรือแรงกดดันจากบุคคลภายนอกมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ โดยควรยึดหลักกฎหมายและมติของคณะกรรมการเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องรายละเอียดของมติและการเปิดเผยข้อมูลหลังการพิจารณา จำเป็นต้องตรวจสอบกับระเบียบและประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงเอกสารทางราชการที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี จึงไม่ควรสรุปผลหรือรายละเอียดของมติล่วงหน้าก่อนที่หน่วยงานที่มีอำนาจจะประกาศอย่างเป็นทางการ
พาดพิงประเด็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” และกระบวนการตรวจสอบ
ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โดยแสดงความเห็นเกี่ยวกับการนำข้อมูลหรือมติจากกระบวนการพิจารณาบางส่วนไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำข้อมูลจากกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐไปใช้ในการอภิปรายหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือการบิดเบือนข้อมูลดังกล่าวเป็น ข้อกล่าวอ้างของผู้ให้สัมภาษณ์ และไม่ควรถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว หากไม่มีคำพิพากษาหรือผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจรองรับ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ในฐานะประธานบริษัท AURELIAN GROUP พร้อมทีมกฎหมาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลหลายราย รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ โดยเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างคู่กรณี
“ณัฐวุฒิ” ระบุเตรียมรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานรัฐ
ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการนำข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีของหน่วยงานรัฐไปอภิปรายหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยระบุว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และมีการนำเอกสารจากสำนวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาเผยแพร่หรือไม่
หนึ่งในประเด็นที่ ดร.ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกต คือการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารกับหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยอ้างถึง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 185 และเห็นว่าการดำเนินการของฝ่ายการเมืองต้องไม่เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐโดยมิชอบ
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อสังเกตของ ดร.ณัฐวุฒิ ซึ่งยังต้องอาศัยข้อเท็จจริง เอกสาร และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะสามารถสรุปได้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่
ยืนยันเคารพกระบวนการยุติธรรมและสถาบันตุลาการ
ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงข้อพิพาทและกระบวนการทางคดีที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมายและทีมทนายความ โดยยืนยันว่า ตนเองและทีมกฎหมายให้ความสำคัญกับการเคารพกระบวนการยุติธรรมและคำสั่งของศาล
พร้อมระบุว่า หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคำสั่งหรือกระบวนการของศาล ควรใช้ช่องทางตามกฎหมายในการดำเนินการ ไม่ควรนำข้อมูลในสำนวนหรือคำสั่งศาลไปเผยแพร่ในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเคารพศาลยุติธรรม เนื่องจากศาลเป็นกลไกสำคัญในการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความทุกฝ่าย และการพิจารณาคดีควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐาน
ชี้แจงบทบาทสำนักงานกฎหมายและการรับงานคดี
สำหรับกรณีบุคคลบางรายที่ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่าเคยติดต่อขอให้สำนักงานกฎหมายรับทำคดีนั้น เจ้าตัวกล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานกฎหมายและทีมทนายความของตนไม่ได้รับทำคดีดังกล่าวแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้บุคคลอื่นนำชื่อสำนักงานหรือทีมกฎหมายไปใช้เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือดำเนินการใด ๆ
ดร.ณัฐวุฒิ ยังยืนยันว่า การตัดสินใจยุติการรับงานเป็นเรื่องภายในของสำนักงานกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินหรือการทำหน้าที่ของศาลหรือหน่วยงานรัฐ
“ณัฐวุฒิ” ยืนยันไม่มีประวัติอาชญากรรมตามที่กล่าวอ้าง
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวยืนยันถึงประวัติของตนเองว่า ไม่เคยกระทำความผิดทางอาญาตามที่ถูกกล่าวหา และพร้อมให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยหรือการใช้อำนาจของหน่วยงานในอดีต ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า มีเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเก็บรักษาไว้ และหากจำเป็นจะดำเนินการตามสิทธิและช่องทางกฎหมายต่อไป
ยืนยันดำเนินธุรกิจ AURELIAN GROUP
ในส่วนของภาคธุรกิจ ดร.ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มุ่งทำธุรกิจและบริหาร บริษัท ออเรเลียน กรุ๊ป จำกัด (AURELIAN GROUP) และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดตัวกลุ่มธุรกิจ AURELIAN GROUP อย่างเป็นทางการ และมีการระบุโครงสร้างธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม
ข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุว่า AURELIAN GROUP มีบริษัทในเครือจำนวนมากและดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ การค้าและโลจิสติกส์ เกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และธุรกิจสุขภาพและไลฟ์สไตล์
สำหรับจำนวนบริษัทในเครือและมูลค่าการลงทุน มีตัวเลขที่ปรากฏในข้อมูลสาธารณะแตกต่างกันตามช่วงเวลาและวิธีการนับ ดังนั้นการรายงานควรยึดข้อมูลจากเอกสารจดทะเบียนและข้อมูลบริษัท ณ วันที่เผยแพร่เป็นหลัก
ย้ำหลักการข่าวต้องแยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”
สำหรับข้อกล่าวหาที่ ดร.ณัฐวุฒิ พาดพิงถึงบุคคลอื่น รวมถึงนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ อัยการ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และบุคคลที่ระบุเพียงอักษรย่อ เนื้อหาบางส่วนในคำให้สัมภาษณ์เป็นการกล่าวหาเฉพาะบุคคลในประเด็นอาญา การเรียกรับผลประโยชน์ การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และพฤติกรรมอื่น ๆ
ข่าวนี้จึงนำเสนอในฐานะคำกล่าวและข้อสังเกตของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียมเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นความจริง และบุคคลที่ถูกพาดพิงยังมีสิทธิชี้แจงหรือดำเนินการตามกฎหมายได้
จับตาคดีฮั้ว สว. และกระบวนการของ กกต.
ประเด็นคดีฮั้ว สว. ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำหนดการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน 2569
ขณะที่ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ยืนยันจุดยืนว่า การดำเนินการของทุกฝ่ายควรอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย เคารพอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กร และใช้พยานหลักฐานเป็นพื้นฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน
หมายเหตุ: ข้อความส่วนที่เป็นการกล่าวถึงบุคคลอื่น ข้อกล่าวหาทางคดี และการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐในข่าวนี้ เป็นคำกล่าวของ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ตามข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลหรือหน่วยงานผู้มีอำนาจวินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว ผู้ถูกพาดพิงยังมีสิทธิชี้แจงและใช้สิทธิตามกฎหมายได้


